ผู้เขียน หัวข้อ: [b]หวนคืนวันวาน เดินหน้าไปด้วยฟิล์ม[/b] ------ กลักสอง -------  (อ่าน 4135 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
ภาพหนึ่งในฟิล์มกลักที่สองครับ
 ม้วนที่สองนี้ผมพยายาม ถ่ายออกมาโดยพยายาม ไม่อิงกับทฤษฏีให้มากนัก
โดยในความทรงจำเท่าที่ผมมี ก่อนหน้าที่ผมจะมาจับกล้อง DSLR อย่างจริงจัง
ภาพที่ผมถ่ายตามใจโดยไม่คิดอะไรมาก ทำไมคนที่ดูถึงบอกว่าถ่ายได้สวย หรือ ดูดี
ทั้งๆที่ มันเป็นกล้องคอมแพ็ค หรือกล้องในโทรศัพท์มือแค่นั้นเอง อ๊ะๆ.........
ผมไม่ได้จะบอกว่าผมมีพรสวรรค์หรืออะไรนะครับ แต่ ที่ผมประมาณไว้คือ บางที
รูปที่ดูดีเหล่านั้นอาจจะเกิดจากจินตนาการที่ไม่มีกรอบ แต่ มันเป็นการเดาๆสุ่มๆไปเรื่อย.....ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้ทุกครั้ง
    ในการถ่ายรูปม้วนนี้ ผมจึง ปลดปล่อยทุกๆความรู้สึกในเวลาที่จับกล้องเดินถ่ายโดยพยายาม
ไม่คิดอะไรมาก แล้ว นำภาพที่ถ่ายมาประเมิณภายหลังจากที่ได้เห็นแล้ว
สิ่งที่ผมห่วงในการถ่ายม้วนนี้มีเพียงแค่การวัดแสงที่ผมจะหวังผลแบบจริงจัง
แล้วมาดูกันครับ ว่าหลังจากที่ดูภาพชุดนี้แล้ว ผมได้ความรู้ส่วนไหนมาประดับตาขวาครับ..........


   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 24, 2012, 09:10:31 PM โดย mcdollar »

PhotoNextoR [Nextorion] Community


ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
  หลังจากที่ได้รับรูปที่อัดเรียบร้อยแล้วผมอึ้งไปเลยครับ!!!!!
มันอะไรเนี่ย ทำไมสีแดงในภาพเป็นแบบนี้เนี่ย ??????
ฟิล์มเสียเหรอ หรือ ......อะไร.......ยังไง.................
ไม่นะ ทำไมสีอื่นๆมันยังมีรายละเอียดอยู่ล่ะ???????
อืม........รนสิครับ  ผมวัดแสงไม่ถูก.....ก็ไม่นะ ที่อื่นมันก็ตรงดีนะ
กล้องมันวัดแสงไม่ตรง .........อย่าว่ามันสิมันทำหน้าที่ได้ปกติดีกับรูปอื่นๆนะ
ผมงงนานอ่ะครับ กลับบ้านแล้วรีบเลยครับ เปิดเวป หาว่าฟิล์มเสีย มีอาการแบบนี้มั้ย
  หาหนังสือที่มีค้นๆดูครับ มาสะดุดกับอันนี้ครับ ลองดูรูปที่ผมถ่ายก่อนละกันแล้วพอเห็น
ตารางอันนี้แล้วน่าจะเก็ตนะ

ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
ประมาณ นี้ครับ...... :o

ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
และแบบนี้ครับ   ทำผมป่วนไปเลย

ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
  คราวนี้มาดูครับว่าผมไปค้นเจออะไร ....... คือผมถ่ายรูปโดยขาดความเข้าใจมาตลอดเลยครับ
เจ้าสิ่งนี้ผมหาชื่อมันได้ชื่อนึงเท่ๆครับ chromazone system ครับค้นไปเรื่อยเจอความรู้ให้อ่านอีกครับ
เรื่องนี้มันเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ใน zone system ครับ ก่อนหน้านี้ทำไมผมไม่เคยจำเลยนะ
มันเป็นค่าง่ายๆที่คนที่จะถ่ายรูปจริงจังควรจะต้องจำเลยนะผมว่า เดี๋ยวดูกราฟก่อนละกันครับ
ดูสิครับ แดง กะ เหลืองสะท้อนแสงต่างกันเป็นสต็อปเลยครับ
แล้วดูรูปที่ผมถ่ายได้เปรียบเทียบครับ
แดง อันเดอร์จนแทบไม่มีรายละเอียด เหลือง โอเวอร์ไปจนเกือบจะไม่เห็นอะไรเลย
แต่ เขียว มีรายละเอียดไว้ได้เกือบครบร้อยเปอร์เซนต์ครับ
เดี๋ยวดูกราฟก่อนละกันครับแล้วเดี๋ยวมาต่ออีกครับ ตอนนี้ขอตัวก่อนครับ

ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
  กะว่าจะลงรูปเร็วๆเพื่อจะได้มีเวลาไปเกร่ถ่ายรูปต่อครับ ตอนนี้ฟิล์มม้วนที่สามโหลดอยู่ในกล้องแล้วครับ
แต่ ดันมาเจอกับตอ zone system นี่แหละครับ เล่านิดนึง ไอ้เจ้าzone system เนี่ย ถ้าใครรู้จัก
โคตรปรมาจาร์ยคนนี้คงอ๋อ หรือบางคนอาจจจะเคยได้ยินระบบการคิดแบบนี้อยู้แล้วครับ
   ผู้ที่คิด zone system นี่ก็นามว่า Ansel Adam ครับ เป็นช่างภาพที่ถ่ายภาพโดยที่ลำดับการคิด
คำนวนลักษณะภาพทั้งหลายที่ควรจะเป็นตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการพิมพ์เลยหละครับ.......
นี่แหละสิ่งที่ผมกำลังค้นหาอยู่  เพราะผมเริ่มจุดนี่เพราะความหมดเปลืองกับการถ่ายรูปโดยขาด
กระบวนการทางความคิดที่เหมาะสมในการถ่ายรูป พอเจอเรื่องนี้ทำให้ผมหยุดความสนใจอย่างอื่นไป
เกือบจะทั้งหมดครับ ค้นทั้งวันโดยไม่มีเบื่อเลยครับ ทำไงได้ ใจมันมาทางนี้เต็มๆแล้วนิ
นี่ถึงขนาดว่ามีโครงการจะไปให้ถึงทำห้องมืดอัดภาพเองเลยหละครับ
  อะมาเข้าเรื่องดีกว่า ....... ย้อนไปตอนที่ผมหัดถ่ายรูปใหม่ๆ ผมพยายามกดตัวเอง
ให้ถ่ายรูปขาวดำล้วนๆ( หรือตอนที่มีน้องๆมาถามว่าทำไงถึงจะถ่ายรูปได้ดีๆ ผมก็ยังแนะนำให้กด ขาว ดำ
ไปเยอะ เดี๋ยวรู้เอง) เพื่อฝึกตัวเองให้มอง contrast ที่เกิดในภาพออกครับ แต่กระนั้นก็เถอะ
ด้วยความที่เรากด สีได้เราก็อยากกดสีนิ เลยละเลยสิ่งที่จำเป็นไปจริงๆจนได้
 คราวนี้ ไม่มีไกด์ให้เลยเวลาที่เราถ่ายผมเลยต้องเพ่งหาสภาพที่น่าจะลงตัวกับหัวข้อที่ตั้งไว้ตอนโหลด
ฟิล์มลงไปในกล้องคือ วัดแสง วัดการกำหนดแสงสีให้ออกมาดูดีครับ แต่ดันลืมค่าหลักในการชดเชยแสง
สำหระบแต่ละสีจนได้
  รูปนี้ผมเดินหา จุดที่ contrast น่าจะออกมาน้ำหนักดูแน่นๆหน่อยได้มาพอเปิดดู อืม....พอใจอยู่ครับกับ
รูปนี้

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 27, 2012, 02:58:17 PM โดย mcdollar »

ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
     ผมเองก็ยัง งงๆ กับตัวเองเหมือนกันครับว่า ทำไม บางรูปมันดูดี แต่บางรูป ไม่ได้เรื่องเลย
รูปนี้ ผมยืนเล็งจนคนเดินผ่านไปมาตัดหน้ากล้องหลายคนเลยครับ เพราะรูปนี้เล็งๆแล้ว อืม
เรื่องเยอะกับรูปนี้หน่อยดีกว่า พยายามหมุนหาระยะเลนส์ที่เกิด vignett แล้วรวมไปเป็นส่วนหนึ่งในภาพให้ลงตัว
ที่สุดครับ มาจบที่ ประมาณ ห้าสิบ ก็อาจจะห่างหน่อยและเป็นระยะที่ผมห่างกับตัวแบบพอดีที่คนสองถึงสามคน
จะเดินผ่านได้พอดีครับ
     รูปนี้ กะการชดเชยแสงบวกไปครึ่งสตอปครับตอนจะกดนี่มันลุ้นๆใจเต้นตึกๆดีครับเพราะ วันนั้นถ้าผมกดแล้วผมจะเดินออกมา
จากตรงนั้นเลยครับเพื่อเป็นจิตวิทยาให้ตัวเองไม่สงสัย แล้วถ้าพลาดจะได้เป็นบทเรียนสำหรับตัวเองครับ

ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
   ผมเองเป็นคนที่ทำอะไรบางครั้งก็ไม่ค่อยจะอายใครเค้านะครับ บางทีมุมถ่ายภาพที่ต้องทำท่าทางประหลาดๆ
กลางฝูงชนผมก็ไม่เคยอายนะบางที่พอถ่ายเสร็จ .......เอ่อ..... คนมองอยู่หลายเลย ก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินไปเร็วๆ
หละครับกลัวเค้าจำได้แล้วไปแซวผมที่ทำงานอ่ะ.....
   รูปนี้ ผมใช้ความหน้าด้านบวกกับความอยากได้แสงตรงนี้มากๆ ไปย้ายที่ของเค้าโดยที่ไม่ได้ขออณุญาติ
ก่อน(แต่ตรงนั้นผมไม่รู้จะไปขอใครนิ) นักศึกษาที่อยู่แถวๆนั้นเค้าก็นั่งดูผมนะ ในใจคงนึก ทำไมต้องไปนั่งตากแดดขนาดนั้น
ไม่มีอะไรจะถ่ายเหรอ......   ก็ผมอยากได้นิ
    อ้อ กล้องผมเนี่ยมันมีระบบวัดแสง แต่มีแบบเดียวครับ เฉลี่ยทั้งภาพ เวลาที่ผมจะวัดเฉพาะจุด
ก็ใช้วิธีซูมไปตรงที่ๆจะวัดแล้วจัดใหม่เรื่อยๆครับ แต่ ณ ตอนนั้นไม่มีความรู้จริงในการวัดแสงแบบนั้น
ก็ทำได้แค่เดาๆไปเรื่อยครับ

PhotoNextoR [Nextorion] Community


ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
รูปนี่มุมเดียวกันแต่ต่างระยะครับ นั่งที่เดิม แต่วัดแสงต่างไปครับ

ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
อ่า.........หลังจากที่ไปงมอ่านหนังสือของท่าน Ansel adam มาหนึ่งรอบ
วิ้งๆไปนานครับแปลมันจนต้องวนอ่านซ้ำหลายรอบเลย  อ่านจนลืมกระทู้ที่ตั้งทิ้งไว้ค้างเติ่งอยู่
อย่างนี้  ถ้าเป็นงานที่ไว้ใช้หาเลี้ยงตัวเองนี่คงแย่แน่เลยนะครับ
   อ่ะมาถึงตรงนี้ย้อนไปอีกนิด ม้วนนี้เวลาก็เลยมานานอยู่เด๋วเอารวบรัดหน่อยละกันครับ
จากการที่ กล้องผมตัวที่ใช้ในม้วนนี้ ยังไม่มีโหมดวัดแสงเฉพาะจุด วิธีที่ผมทำ คือ ซูมไปให้ตรง
จุดที่เราจะวัดแสงครับ อันนี้เน้น ไปที่นาฬิกาตรงๆเลย แล้วก็เผื่อตรงด้านในสุดอีกที่
กะว่าเอาให้รู้ไปเลย ว่าวัดแบบนี่เฉลี่ยเอาเองจะได้ค่าเปิดรับแสงที่ดีมั้ย(ตอนนั้นอ่านวิธีการกำหนดโซนแล้วคร่าวๆครับ) จุดอื่นปล่อยครับอยู่ในร่มเหมือนกัน ....พอวัดแสงเสร็จเปลี่ยนเลนส์ครับ เอาค่าต่างๆที่จำได้มาปรับให้พอดีกันแล้วกดเลยครับ.............

ออฟไลน์ mcdollar

  • Nextorion
  • *
  • กระทู้: 45
    • ดูรายละเอียด
ก่อนที่จะปิดด้วยภาพสุดท้ายนี้คือมีเรื่องนึงที่ผมเคยพยายามทำจากการได้รับรู้ได้ฟังมานาน
คำว่า "จบหลังกล้อง" เชื่อว่าทุกท่านคงจะเคยได้ยินคำนี้อยู่เหมือนกัน
คือ....ผมเคยคิดว่าใครพูดประโยคนี้น่าจะสวดยอดแล้วแหละ พยายามเลียนแบบว่า
 ไอ้ "จบหลังกล้องเลย" มันทำไงคือ กระบวนการนี้ ถ้าอธิบายเลยก็คือ เอาทุกทฤษฏีศิลปและเทคนิคทั้งหมดที่มีมาประยุกต์ใช้ให้ได้รูปที่ดีที่สุดในหนึ่งรูปด้วยการกดชัตเตอร์เบาๆครั้งเดียว แล้ว.....ปริ๊นต์จบงานด้วยการกดครั้งนั้นครั้งเดียวไม่มีการโพรเซสใดๆอีกเด็ดขาดคือผมคิดว่ามันเป็นแบบนี้ไงเลยคิดว่าเมพขิงๆแล้วแหละทำได้ขนาดนั้นอ่ะ rawไม่เอาไม่ใช้มันละ....เพราะกดมาปุ๊บไอ้ที่ว่าจบหลังกล้องมันหายหมดเลยถ้าเอาไฟล์ raw ไปเปิดในโปรแกรมอื่นๆที่ไม่ใช่โปรแกรมของผู้ผลิตกล้องแบรนด์นั้นเองก็เอามาทำต่ออีกอยู่ดีใช่มั้ยล่ะ พอมาอ่านๆหนังสือนี่ โอ้ พลาดแล้วเรา
"จบหลังกล้อง" จากการที่อ่านมาผมสรุปเอาด้วยความเข้าใจของผมนะ มันคือการลำดับความคิดของภาพที่จะออกมาจนกระบวนการสุดท้ายคือภาพมาเป็นกระดาษแล้วนั่นแหละครับถึงจะเรียกว่าจบ
   ทีนี้ มีอะไรบ้างล่ะ ที่สามารถทำให้กระบวนการนี้เกิดข้อผิดพลาดได้
  1. จอหลังกล้อง
  2. จอคอม ที่ใช้แต่งรูป
  3. จอคอมที่ใช้ปริ๊นต์ที่ร้าน
  4. ค่าสีที่ออกมาจากเครื่องปริ๊นต์
  แค่สี่อย่างนี้ก็หนักแล้วครับเพราะ สี่ข้อนี้ ผมเห็นน้อยมากในตลาดทั่วๆไปที่จะตรงกันพอดีเด๊ะ
 คือ ถ้าที่กระบวนการสุดท้ายเราควบคุมเองก็อาจจะได้ภาพที่ออกมาใกล้เคียงความต้องการเราที่สุดล่ะครับ แต่ถ้าไม่ใช่ จบเลยครับต้องเดากันแบบตาบอดเลยล่ะครับ
ผมเคยเจอนะงานแบบผมถ่ายมาแล้วแต่งสีให้เสร็จสรรพ เจ้าของงานดูในจอผม พอใจมาก แต่พอชิ้นงานออกมา โอ้ว.......บระเจ้า.....มันไม่ใช่งานโพ้มมมมมมมม
  แก้งานกันหลายรอบกว่าจะจบได้ต้องไปนั้งเทียบค่าสีที่เครื่องปริ๊นต์ไปเลย
ทางผู้ปริ๊นต์ก็อ้างว่าเค้าcaribrateมาอย่างดี ผมก็คิดว่าเครื่องผมตรงแล้วนะ เถียงกันคงไม่ได้ความผมงานน้อยกว่าเค้านิ(เค้าว่างั้นนะ)ผมเลยมานั่งไล่สีกันจนออกมาได้ใกล้เคียงที่สุดล่ะครับ เล่นกันอยู่หลายชั่วโมงเลยครับ พอเสร็จงานมาลองไล่กันดูปรากฏว่าทางเครื่องปริ๊นต์มีปัญหาเองครับเพราะลองเอาไปให้ที่อื่นทำสีเค้าตรงเลยครับ เนี่ยแหละครับ กระบวนการที่สำคัญเราต้องรู้คือปลายทางมันจะออกมาแบบไหนถ้า เราสามารถกะได้แล้วกระบวนการเรามันจะจบหลังกล้องครับ
แต่....จบในตัวเรานะครับไม่ได้จบที่ตัวกล้อง เพราะหลังจากกดชัตเตอร์ไปแล้วเราจะต้องเอาไฟล์นั้นออกมาให้ตรงกับที่เราคิดไว้ตั้งแต่แรก
  กระบวนการเริ่มตรงไหนครับ
เห็นภาพก่อนที่จะอยู่ในกล้อง ---->ถ่ายภาพ ------>โพรเซส ----->ปริ๊นต์ชิ้นงานหรือเก็บเอาท์พุตสุดท้ายไว้ในแบบดิจิตอลครับ
  ตรงนี้จบกระบวนการครับ ถ้าการถ่ายภาพเรายังไม่คิดถึงจุดสุดท้ายไว้ก่อนเราคงได้ขยะอิเล็กทรอนิคมาเพิ่มในเครื่องคอม กินพื้นที่ฟรีๆไปอีกเยอะแน่เลยใช่มั้ยล่ะครับ
   ภาพนี้เป็นภาพดิจิตอลภาพแรกที่ผมลองใช้กระบวนการทั้งหลายที่ได้จากการถ่ายฟิล์มแล้วเพิ่มความรู้ให้กับตัวเองครับ ตอนนี้เก็บไฟล์ไว้ในรูปแบบดิจิตอล แต่ไม่นานคงออกมาอยู่บนกระดาษเป็นแน่ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 17, 2012, 09:15:19 PM โดย mcdollar »